Arintada's profileRindsay's StoryPhotosBlogLists Tools Help

Blog


    November, 2006

    วันที่ลืมนู่นลืมนี่ของรินเซ่

    ว่ากันด้วยเรื่องหลง ๆ ลืม ๆ
    โหยยยยย ใคร ๆ เขาก็เป็นกันทั้งนั้นแหละ คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย
    ว่าก็ว่าเหอะนะ วันนี้รินก็แค่ลืมอะไรนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเอง
     
    ก็แค่ตอนเช้าลืมเอากระเป๋าตังค์ไป พอถึงตอนจ่ายตังค์ค่าทางด่วนเท่านั้นแหละ
    อ้าวเฮ้ย เป๋าตังค์หนูอยู่ไหนว๊า
    ไม่รู้จะทำยังไง โกยเหรียญทั้งรถแล้วก็ไม่พออยู่ดีมีแค่ 35 บาท
    จะถอยออกก็ไม่ทันซะด้วยเพราะรถข้างหลังมันจ่อกันอยู่ยาวเหยียด
    เหลือบไปเห็นคุณตำรวจจราจรที่มายืนโบกรถให้กันอยู่ทุกวัน ตัดสินใจเปิดกระจกกวักมือเรียก
    ขอโทษนะคะ ขอยืมเงินหน่อยได้มั้ยคะ 5 บาท เดี๋ยวพรุ่งนี้เอามาคืน
    ลุงจ่าทำหน้างง ๆ แต่ก็ส่งเงินให้รินโดยดี ใจดีจังเลยค่ะตำรวจไทยเดี๋ยวปีใหม่ให้ของขวัญนะคะ

    จบลืมเรื่องแรก ขึ้นเรื่องที่สอง

    ไม่มีอะไรมากแค่ลืมล๊อกรถเท่านั้นเอง
    จอดรถไว้ที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินศูนย์วัฒนธรรมแล้วต่อรถไฟฟ้าไปลงสามย่าน
    หลังจากทำธุระอยู่นานหลายชั่วโมงด้วยความรู้สึกตะหงิด ๆ กังวลใจแปลก ๆ
    เอ๊ะ เหมือนลืมอะไรซักอย่าง
    พยายามกลบเกลื่อนความกังวลด้วยการเข้าใจเอาเองว่าสงสัยลืมทาโลชั่นเมื่อเช้า
    กว่าจะรู้ตัวอีกทีว่าไอ้ความรู้สึกกังวลแปลก ๆ นี่คืออะไรก็อีตอนที่มาถึงรถแล้วเนี่ยแหละ
    อ้าวเฮ้ย ลืมล๊อกรถ ! ดีนะไม่หาย ไม่งั้นพ่อด่าเช็ดแน่ ๆ ครับพี่น้อง
     

    ต่อไปเรื่องสุดท้ายของวันนี้

    ระหว่างขับรถกลับบ้านรู้สึกว่า เอ๊ะ ทำไมตัวเรามันสั่น ๆ
    คิดเอาเอง(อีกแล้ว)ว่าวันนี้โดนแอร์หนาว ๆ มาสงสัยจะจับไข้
    ได้ยินเสียงดัง "อื๊ด ๆ" แล้วก็รู้สึกสั่น ๆ เป็นช่วง ๆ
    รู้สึกใจไม่ดีกลัวตัวเองป่วยหนักเลยกะเลี้ยวรถเข้าโรงพยาบาลให้หมอตรวจมันซะเลย
    ก็พอดีไอ้อาการสั่น ๆ กับ เสียงอื๊ด ๆ หยุดซะก่อนเลยรีบขับรถกลับบ้านไปหาแม่
    กลับถึงบ้านเล่าให้แม่ฟัง แม่ถามรู้สึกสั่น ๆ ตอนครึ่งชั่วโมงที่แล้วรึป่าว เราก็ใช่แม่ แม่รู้ได้ไง
    แม่บอกมิน่าโทรไปไม่รับขับรถอยู่นี่เอง เราเลยถึงบางอ้อ...อ้อ ตั้งโทรศัพท์เป็นสั่นไว้นี่หว่า
    เล่นเอาหลอนมาตลอดทางกลับบ้านเลย ตึ่ง ตึง ตึ๊ง

     

    แค่นี้เอง ก็แค่ลืมนิด ๆ หน่อย ๆ เห็นมะ
    เรื่องแบบนี้ใคร ๆ เขาก็เป็นกัน เนอะ เนอะ เนอะ

      

      




    September, 2006

    เด็กหญิงหย่งไอ่

    ว่ากันว่าเด็ก ๆ มักจะคิดในสิ่งที่ผู้ใหญ่คาดไม่ถึง
    ท่าจะจริงแฮะ
     
    อาทิตย์ก่อนมีหนุ่มตี๋นักเรียนนอกคนนึงซื้อช๊อกโกแลตมาฝากจากอเมริกา
    ไอ้บ้า...ไม่รู้หรือไงว่ากินแล้วมันอ้วน  
    ในเมื่อรินไม่กินจะเก็บไว้ก็สงสารคุณช๊อกโกแลตเดี๋ยวไม่มีใครกินเหงาแย่
    วันนี้ก็เลยจัดการแบ่งสันปันส่วนนำช๊อกโกแลตไปฝากเด็ก ๆ แถวบ้าน
     
    ไปบ้านหย่งไอ่ตอนหนึ่งทุ่ม
    เด็กหญิงหย่งไอ่กำลังนั่งหน้าแป้นอยู่บนเก้าอี้ไม้ทรงสูง
    ที่คอผูกผ้ากันเปื้อนที่ใช้กันในร้านทำผม อย่างนี้แปลว่ากำลังจะตัดผมแน่ ๆ เลย
     
    "ว่าไงหย่งไอ่ จะตัดผมหรือคะ"
     
    "หม่าม้าบอกว่าจะตัดผมให้หย่งไอ่ค่ะ เพราะเดี๋ยวผมยาวแล้วไม่สวย"
     
    "อ้าว งี้พี่รินผมยาว พี่รินก็ไม่สวยอ่ะสิหย่งไอ่"
     
    เด็กน้อยนิ่งคิดสลับกับมองหน้าอันเว้าวอนให้ตอบว่า "สวยค่ะ" ของพี่ริน
     
    "สวยค่ะ พี่รินสวย" ฮี๊ว.....ว แอบดีใจไป 3 วิ
    คิดในใจถ้าตอบว่าไม่สวยเจ๊เอาช๊อกโกแลตคืนจริง ๆ นะหย่งไอ่
    คุยกับหย่งไอ่อยู่แป๊บนึงพี่หลอดแม่ของหย่งไอ่ก็เดินออกมาจากในบ้าน
    ทักทายกันซักพักก็ได้ความว่าวันนี้พี่หลอดจะตัดผมหน้าม้าให้หย่งไอ่
    เพราะทนเห็นลูกสาวมีผมปรกหน้าปรกตาให้รำคาญใจมาหลายวันแล้ว
     
    "เอาล่ะหย่งไอ่ เดี๋ยวหม่าม้าจะตัดผมหน้าม้าให้นะลูก"
     
    เด็กหญิงหย่งไอ่ที่กำลังหน้าบานเพราะกำลังจะได้สวย
    หน้าหุบลงทันควันและเริ่มเบะปากร้องไห้ แล้วในที่สุดก็ร้องไห้เสียงดัง
    รินกับพี่หลอดงงมากว่าหย่งไอ่เป็นอะไรไป อยู่ดี ๆ ก็ร้องไห้ซะงั้น
     
    "ร้องไห้ทำไมหย่งไอ่ เดี๋ยวก็มีผมหน้าม้าสวย ๆ แล้วนะ" รินพยายามจะปลอบ
     
    หย่งไอ่สะอื้นฮัก ๆ น้ำตาเต็มหน้า
    เอามือปาดน้ำตาแล้วสูดขี้มูกหนึ่งทีก่อนตอบว่า
     
    "น้องไอ่ไม่เอาผมหน้าม้า ตัดผมหน้าม้าเดี๋ยวหน้าไอ่เหมือนม้านิลมังกร(พี่หลอดแกเล่าเรื่องสุดสาครพร้อมภาพประกอบให้หย่งไอ่ฟังทุกคืน) หม่าม้าตัดผมหน้าไดโนเสาร์ให้หย่งไอ่แทนไม่ได้หรือคะ"
     
     
     
     
     
    เอาล่ะสิ พ่อแม่ทุกท่าน
    เตรียมตัวหัดตัดผมหน้าไดโนเสาร์กันไว้แต่เนิ่น ๆ นะคะ
    แล้วจะหาว่ารินเซ่ไม่เตือน  
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    August, 2006

    จ๊ะเอ๋

    ตามหนังสือ Child Development ว่าไว้
    เด็กวัย 3-4 ขวบจะเป็นวัยที่ชื่นชอบการเล่นจ๊ะเอ๋กับพ่อแม่และคนแปลกหน้า
     
     
    เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาที่บริษัทของแม่มีงานทำบุญเลี้ยงพระเนื่องในโอกาสอะไรก็ไม่รู้สักอย่าง
    มีพระสงฆ์มารับถวายภัตราหารทั้งหมด 9 รูปด้วยกัน
    อ้อ นึกออกแล้ว ทำบุญเลี้ยงพระให้ในหลวงทุกวันจันทร์นี่เอง แค่นี้ลืมโง่จัง
     
    คุณภาวินี หรือ คุณภา พาลูกชายวัยกำลังซนตัวกลมจ่ำม่ำของเธอมาด้วย
    เด็กชายภาวี หรือ น้องเจได เพิ่งจะอายุ 3 ขวบไปเมื่อ 3 วันที่แล้ว
    ด้วยความที่ยังเล็กน้องเจไดจึงค่อนข้างตื่นคนเยอะ ๆ
    แถมคุณแม่ยังปลุกให้ลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวซะตั้งแต่ไก่โห่
    วันนี้พ่อหนูก็เลยอารมณ์บูดเป็นพิเศษ
    คุณภาอยากให้น้องเจไดอารมณ์ดี ๆ จึงชี้ชวนให้ลูกชายตัวน้อยดูพระสงฆ์ที่มารับเพล
     
    "เอ้า ธุจ้าสิลูก ธุจ้า ไหว้พระหรือยังครับเจได"
     
    ...ไม่มีเสียงตอบจากน้องเจไดที่ท่านเรียกในขณะนี้
    หนุ่มน้อยยังคงกอดคุณแม่แน่นและไม่ยอมคุยกับใคร จนกระทั่งได้ฤกษ์พระสวด
    พระสงฆ์ที่อยู่หัวแถวด้านซ้ายสุดหยิบตาลปัตร(หวังว่ารินคงจะสะกดถูกนะ)ขึ้นมาบังหน้า
    เท่านั้นเองหนูน้อยเจไดก็จ้องมองตาเป๋งแล้วผละออกจากอ้อมอกคุณแม่
    วิ่งตรงไปยืนอยู่ที่หน้าพระสงฆ์รูปนั้นแล้วเอามือปิดหน้าตัวเองพร้อมร้องดัง ๆ ว่า
     
    "จ๊ะเอ๋!"   
     
    ฮาครืนทั้งงานแม้แต่พระที่มารับเพลก็ยังกลั้นยิ้มกันแทบไม่ทัน
     
     
     
    เอ้า
     
    นึง...ส่อง...ซั่ม
     
    "จ๊ะเอ๋!" 
     
     
     
     
    July, 2006

    วาดดาว

    สองวันก่อนรินได้รู้จักกับผู้หญิงไทยคนหนึ่งที่โรงพยาบาล
    รินพาแม่ไปหาหมอ เธอมาคลอดลูกและเธอชื่อมุกดา
     
    พี่มุกดาเป็นผู้หญิงน่าสงสาร เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ตกเป็นเหยื่อของผู้ชายเลว ๆ
    พี่มุกดาเล่าให้ฟังว่ามาหางานทำที่เยอรมันกับแฟนหนุ่มเมื่อปีที่แล้ว
    ได้งานเสิร์ฟอยู่ที่ร้านอาหารไทยแห่งหนึ่งในเมืองนี้แต่เงินเดือนไม่ดีนักเพราะถูกหักค่าหัว
    ปลายปีที่แล้วพอแฟนหนุ่มของพี่มุกดารู้ว่าเธอตั้งครรภ์ มันก็ทิ้งพี่มุกดาไปอยู่กับแหม่มแก่ ๆ รวย ๆ
    ด้วยเหตุผลซังกะบ๊วยที่รินฟังยังไงก็รู้สึกว่าทุเรศอยู่ดีว่า
     
    "พี่ไม่พร้อมจะมีลูก มุกปล่อยให้ท้องก็เลี้ยงเอาเองก็แล้วกัน พี่ไม่มีเงินให้หรอก"
     
    ตอนนี้พี่มุกดาไม่มีงานทำและที่สำคัญไม่มีเงิน
    ประกันสังคมสำหรับอยู่ที่นี่ก็ไม่มีทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงมากในการคลอดลูก
    โชคดีที่คนไทยหลาย ๆ คนที่นี่ใจดีช่วยกันออกเงินให้พี่มุกดาคลอดลูกและเป็นธุระทำประกันสังคมให้
    ตอนนี้พี่มุกดาคลอดลูกแล้ว ลูกของพี่มุกดาเป็นเด็กผู้หญิงตัวน้อยน่ารักน่าชัง
    พี่มุกดาไม่กล้าตั้งชื่อลูกเองเพราะเธอว่าเธอความรู้น้อยดังนั้นใคร ๆ จึงเรียกลูกสาวของพี่มุกดาว่า
    "ยัยหนู" "หนูน้อย" "แม่หนู" และอื่น ๆ อีกมากมายที่มีคำว่า หนู ๆ ๆ ๆ
    รินฟังแล้วก็ตะหงิด ๆ เลยรับอาสาขอตั้งชื่อให้ยัยหนูด้วยตัวเอง
    รินตั้งชื่อน้องว่า "วาดดาว" ชอบชื่อไทย ๆ ความหมายอาร์ท ๆ นี้มาก ๆ
    ตอนแรกคิดออกแค่วาดเพราะรินอยากให้น้องโตมาเป็นคนชอบวาด ๆ เขียน ๆ เหมือนริน
    (ก็แม่เขาว่าอยากให้น้องโตมาเก่ง ๆ แล้วก็น่ารัก ๆ เหมือนรินนี่นา )
    ที่ต่อท้ายด้วยคำว่าดาวเพราะว่าลองกลับอักษรดูแล้วมันสวยและความหมายดี
    ว.แหวน สระอา ด.เด็ก กับ ด.เด็ก สระอา ว.แหวน = วาดดาว
     
    วาดดาว...หวังว่าพี่มุกดาจะชอบนะ รินตั้งใจคิดสุด ๆ เลยนะเนี้ย
     
    ถ้าคุณเป็นผู้หญิงแล้วได้อ่านเรื่องนี้
    "อย่าคาดหวังและทุ่มเทใจให้กับผู้ชายที่คุณรักจนหมดในทีเดียว เพราะถ้าผิดหวังคุณจะเจ็บมาก"
     
    ถ้าคุณเป็นผู้ชายแล้วได้อ่านเรื่องนี้
    "อย่าหลอกให้ผู้หญิงคาดหวังกับพวกคุณเลย ผู้หญิงก็เพศเดียวกับแม่คุณนั่นแหละ"
     
     
    June, 2006

    เด็กนอก

    เคยสอนภาษาไทยให้เด็กฝรั่งที่โตในเมืองไทยอยู่บ่อย ๆ
    หลัง ๆ ตอนกลับมาที่นี่ก็สอนภาษาไทยให้เด็กไทยที่เกิดที่นี่บ้าง
    เหตุผลเพราะว่าทำงานกับเด็กมันสนุกดี
    แล้วก็ความเป็นบรรณาธิการทำให้ทนไม่ได้ถ้าจะมีคนใช้ภาษาไทยผิด ๆ
    แต่เอาเข้าจริง ๆ ไอ้ตัวทำภาษาไทยวิบัติ
    ก็อยู่ในบ้านของเราเองนี่แหละ...ไอ้น้องชายสุดซ่าตัวแสบ
     
     
    ลูกพี่ลูกน้องของรินสองคนเป็นเด็กนอกขนานแท้
    ตอนนี้อายุ 13 กับ 11 ขวบ ตัวโตยังกับคนอายุ 23 (ขนาดโตเต็มวัยของผู้ชาย)
    คนโตสูงทะลุ 180 เซนติเมตรไปแล้ว ไซส์ฝรั่งสุด ๆ
    ส่วนคนเล็กก็สูงกว่ารินแล้วเหมือนกัน (ขนาดข้าพเจ้าสูง 174 นะเนี้ย)
    แต่ถึงภายนอกจะดูเหมือนผู้ใหญ่ นิสัยมันก็ยังเด็กน้อยดี ๆ อยู่นี่เอง
    ว่ากันด้วยเรื่องของภาษา ไอ้ซ่าสองตัวนี้พูดภาษาไทยผิด ๆ ถูก ๆ เป็นที่หนึ่ง
    ไอ้เราก็สอนลูกสอนน้องคนอื่นเขาซะจนไม่ได้หันมาดูน้องตัวเอง
    มารู้ตัวอีกทีน้องก็ดันกลายเป็นเด็กนอกชนิดกู่ไม่กลับไปเสียแล้ว
     
     
    ยกตัวอย่างเช่น
    เมื่อวันก่อนเจ้านัทเดินเอาหน้ามุ่ย ๆ ของมันออกมาจากห้องน้ำ
    แล้วฟ้องย่าว่า "ยาย ๆ (ย่าของรินแต่เป็นยายของน้อง ๆ )
    เมื่อกี้นัทอาบน้ำอยู่เจ็บมากเลย หัวเข่าของมือไปชนผนัง "
    ...อะไรของมันว๊า???? หัวเข่าของมือ - -'
    อ้อ คิดลึก ๆ ถึงนึกออก...เจ้านัทมันหมายถึงข้อศอกนี่เองแต่ดันเรียกไม่ถูก
     
    วันเดียวกันเลยแต่คนเวลาน้องนนท์นั่งดูการ์ตูนอยู่
    เส้าหลินโชว์ดาวน์ไรของมันนั่นแหละ
    ย่าเดินไปถาม "ไอ้ตัวนี้มันอยู่ฝ่ายดีไม่ใช่หรอน้องนนท์ ทำไมมันสู้กันล่ะ"
    (คือฝ่ายดีในเรื่องมันถูกพวกชั่วร้ายครอบงำให้ไปเป็นพวกเลยต้องสู้กันเอง)
    เจ้านนท์ตอบ "ยาย ก็ไอ้ตัวนั้นอ่ะมันเป็นหัวหน้าพวกไม่ดี
    มันเลยล้างสมองพวกนี้ให้กลายเป็นหัวหลังของมัน"
    อะไรว๊า เอาอีกแล้ว หัวหลังนี่มันอะไรว๊า - -'
    ต้องมานั่งตีความกับย่าอยู่สองนาทีถึงรู้ว่ามันหมายถึงคำว่า ลูกน้อง นี่เอง
     
    เออน้องฉันก็เก่งนี่หว่า มีหัวหน้าไอ้พวกที่เหลือก็ต้องเป็นหัวหลัง - -'
    น้องชายรินเก่งที่สุดแล้ว ภาษาไทยเองต่างหากดันยากเอง  
     
    March, 2006

    บิดาธรรมนูญ

    วันนี้ระหว่างนั่งรถกลับบ้านจากสนามบิน
    คุณเก๋เพื่อนที่เคารพรักโทรมาชวนรินไปงานวันเกิดมัน
    "ที่ไหนล่ะ จะได้ขอพ่อก่อน"
    ระหว่างถามแอบเห็นสายตาอยากรู้อยากเห็นของพ่อมองมาจากกระจกมองหลัง
     
    "XXXXXโด้" มันตอบ....ที่ไหนก็ไม่รู้ ไม่รู้จัก แต่ฟังชื่อคล้าย ๆ ผับ
    "ผับหรอวะ"
    "เออ แถวบ้านแกไง"
    "......"
    "มาเหอะ ๆ ขำ ๆ คิดถึงแกอ่ะ"
    "......"
    "เอาไง"
    "...อยู่กับพ่ออ่ะตอนนี้ เพิ่งกลับจากสิงคโปร์"
    "...อ้อ กูเข้าใจแล้วว่ะ"
    "ดีมาก เข้าใจนะเว้ยเพื่อน โอกาสหน้าละกัน  "
     
    ----------------------------------------------------
    พ่อ ๆ รัฐธรรมนูญเขาให้เด็กเข้าผับได้ตอนอายุ 18 ...แล้วรินอ่ะ 21 แล้วนะ 
     
     
    "รินรอ 25 แล้วกันลูก ตามบิดาธรรมนูญ 5555" แล้วทุกคนในรถก็ขำกันใหญ่
     
     
    ...เป็นคุณ...คุณจะขำไหม
     
     
     
    February, 2006

    Wish God could help

    From :  ศลิษา นิมิตรวานิช <xxxxxx@hotmail.com>
    Sent :  Saturday, February 11, 2006 11:03 PM
    To :  arintada@hotmail.com
    Subject :  รินจ๋า
     
     
    ว่างาย...ยุ่งอยู่ใช่ไม๊เอ่ย ก็รินก็ยุ่งประจำนั่นแหละ ฮ่าๆๆๆ

    ไม่มีอะไรหรอกแค่รู้สึกอยากคุยกับแกอ่ะ แต่ไม่อยากโทรไปรู้ว่ายังไม่ตื่น :P
    เหงาว่ะ รู้สึกเหมือนอยู่ในโลกนี้คนเดียวยังไงไม่รู้ เหงาจะบ้าตาย
    เร็วๆนี้ถ้าเคลียร์งาน (ของแกและชั้น) หมดแล้วจะบินไปให้รักษาแผลใจโดยด่วน ฮ่าๆๆๆ


    สุดที่รักของแก (ตอนนี้เป็นของแกคนเดียวแล้ว ฮ่าๆๆ)
    ทรายที่น่ารัก


    ปล.1 : ปวดใจว่ะ อกหักนี่มันทำให้กินไม่ได้นอนไม่หลับจริงๆว่ะแก
    ปล.2 : แกรู้ไม๊ น้ำตานี่มันห้ามยากกว่าการไออีกว่ะ
    ปล.3 : อย่ามาหลอนนะ คู่ชั้นเลิกกันแบบโอเคทั้ง 2 ฝ่ายนะเว้ย
    ปล.4 : คิดถึงแกว่ะ แต่คิดถึงแฟน(เก่า)ชั้นมากกว่า :P
    ปล.5 : เหงาว่ะ ชั้นไปหาแกที่นู้นได้ป่ะ? สัญญาว่าจะไม่กวน จะอยู่นิ่งๆ ช่วยแกทำ thesis
     
    ------------------------------------------------------------------------------------------------------
     
    เพื่อนที่ดีที่สุดของริน เพื่อนที่สำคัญที่สุดของริน
    ทำไมพระองค์ให้บททดสอบที่โหดร้ายนักแก่เธอ?
    ...ขอพระองค์โปรดประทับอยู่ข้างกายเธอด้วย เอเมน

     
    February, 2006

    แม่ของฉัน

    สมมติว่าฉันอายุ 6 ขวบ
     
    แม่ของฉันเป็นหมอ...เป็นนางแพทย์ เอ๊ย ไม่ใช่ เขาเรียกว่าแพทย์หญิงต่างหาก
    ฉันชอบดูแม่เวลาสวมเสื้อกาวน์สีขาวสะอาด และฉันก็ชอบหยิบเสื้อของแม่มาสวมเล่นด้วย
    มันทำให้ฉันดูตลก แต่ฉันก็ดีใจที่ทำให้แม่หัวเราะได้เวลาที่ฉันทำแบบนั้น
    แม่ของฉันสู๊งสูง เกือบเท่าพ่อของฉันแน่ะ แม่ใจดีและน่ารัก
    ฉันไม่สูงนัก แต่ฉันก็เป็นเด็กน่ารักด้วยนะ
     
    แม่ของฉันฉลาด แม่บอกว่า ความทุกข์ไม่อยู่กับใครนานนักหรอก
    และเมื่อฉันหกล้มหรือมีรอยแผล แม่จะร้องเพลงสั้น ๆ ว่า
    "หายเถิดนะ หายเถิดนะ เจ้าหางกบน้อย ๆ เอ๋ย...
            ถ้าไม่หายวันนี้ ก็จงหายพรุ่งนี้เถิดโอมเพี้ยง..."

    แล้วแม่ก็จะจูบเบา ๆ ที่รอยแผลนั้น อีกไม่นานแผลก็หายปวด...
     

    สมมติว่าฉันอายุ 21 ขวบ

    ถ้าฉันหกล้มแม่ก็คงบอกว่าให้ลุกขึ้นยืนเอง
    ถ้าฉันยังไม่ยอมลุกขึ้นอีก ก็คงจะมีแต่คนหัวเราะเยาะเหยียบซ้ำและสมน้ำหน้า

    อืม อืม อืม อืม อืม อืม.....

    ถ้าฉันล้มฉันจะลุกขึ้นยืนให้เร็วที่สุด ถึงแม้ว่าขาจะยังเจ็บอยู่ก็ตาม
    January, 2006

    วันเด๊กวันเด็ก

    วันนี้วันเสาร์ที่ 14 มกราคม 2006
    มีนัด 9 โมงเช้ากับสมาชิกตัวเล็กของสโมสรแอปเปิ้ลยิ้ม
    สมาชิกของเราประกอบไปด้วย...
    1. คุณครูหญิงสุดสวยขวัญใจเด็ก ๆ จอมเฮี้ยว
    2. น้องเคน เจ้าหนูจำไมที่ชอบสะกิดเรียกเราแล้วพูดว่า "คุณครู ๆ"
    3. น้องเจแปน สุดหล่อแต่ขี้อายโคตร ๆ
    4. เด็กหญิงนิกกี้ แก้มยุ้ยน่าหยิก
    5. น้องวรรณสุดแสบที่ชอบกระโดดทับเราแล้วร้อง "เย้"
    6. คนสุดท้ายก็คือ เรา เอง...คนขับรถวันนี้
     
    9 โมงเช้าไปรับเด็ก ๆ ที่บ้านน้องเคน อุตส่าย้ำนักย้ำหนาว่าต้องออกเช้า ๆ
    มันก็ยังจะลีลาดูการ์ตูนเนตเวิร์คกันอยู่นั่นแหละ เลยต้องใช้ท่าไม้ตาย
    ..."งั้นก็ไม่ต้องแล้วกันวันนี้ อยู่บ้านดูการ์ตูนไปเนี้ยแหละ"
    เออ ได้ผล ท่านทั้งหลายเสด็จขึ้นรถกันอย่างพร้อมเพรียง 55555
     
    จุดหมายตอนเช้าคือพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ที่รังสิต
    ปกติขับรถคนเดียวเพลงยังไม่เปิดเลย...เดี๋ยวเสียสมาธิ
    นี่ขับไปก็ต้องทนฟังเจ้าพวกตัวแสบประสานเสียงร้องเพลง กู๊ดมอนิ่ง ไอเลิฟยู เวอชั่นแหกปากลั่นรถ เรื่องคีย์ไม่ต้องห่วง มั่วกันจนจำไม่ได้เลยว่าออริจินัลเค้าร้องยังไง...แล้วในที่สุดมันก็หยุดร้องเพราะเราเรียกให้ดูหัวปิงปอง
    "เฮ้ย หนูๆ นั่งให้เรียบร้อยดิ๊...เดี๋ยวตำรวจเรียก ครูรินไม่มีใบขับขี่นะ"
    "ใบขับขี่คือไรอ่ะครับคุณครูริน"
    "เอ่อ...ก็ใบที่ใครมีไว้ก็จะขับรถได้อ่ะจ่ะ"
    ตอบไม่ทันจบดันหันไปสบตาคุณหัวปิงปองพอดีเลย...ความซวยมาเยือนแล้วไง
    "เอ้าหนู ๆ บ๊ายบายให้คุณตำรวจจราจรหน่อยเร้ว"
    เด็ก ๆ หลอกง่าย บอกปุ๊บก็ทำปั๊บ 5555 แล้วรถเราก็ถูกปล่อยให้ผ่านไปอย่างง่ายดาย
     
    ถึงพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ อยู่ได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็เผ่น
    เพราะเจ้าลิงพวกนี้วิ่งแตกกันไปคนละทาง เราก็คิดในใจ
    "เฮ้ยๆ พามาพิพิธภัณฑ์นะเฟ้ย ไม่ได้พามาสนามเด็กเล่น"
    กว่าจะวิ่งไล่จับให้กลับมารวมฝูงกันได้ก็ใช้เวลาไปยี่สิบนาทีแล้ว
    เหนื่อยมาก ๆ หญิงบอก เฮ้ย ไปดรีมเวิลเลยเหอะ ..เราก็เลยเซย์เยสทันที
     
    ถึงดรีมเวิล เด็ก ๆ สูงไม่ถึง 145 ค่าผ่านประตู 50 บาท โอ้ว ถูกจังชอบ
    แล้วเราก็ไปเล่นแต่เครื่องเล่นที่น่าตื่นเต้นทั้งน๊าน อาทิเช่น
    รถคุณปู่ บ้านยักษ์ ไอ้เขียวๆบินได้ แล้วก็ไรไม่รู้ที่มันอวกาศๆหน่อย
    สุดท้ายบ้านผีสิง อันนี้กะจะหลอกเด็ก ไปๆมาๆ โดนเด็กหลอก...เซ็งเลย
    ตอนกลางวันพาไปกินเคเอฟซี โอ้ก๊อด คนมันจะแห่มากินเยอะไรขนาดนี้
    ด้วยความที่พาเด็ก(นรก)ไปถึง 4 ชีวิต เมื่อไม่มีที่นั่ง พี่ๆเค้าก็เลยวีนกันร้านแทบแตก
    แล้วในที่สุดกลุ่มคนใจดีที่คงทนรำคาญไม่ไหวก็ลุกให้พวกเรานั่ง เย้ๆ ขอบคุณค่ะ
    คนต่อคิวยาวพระเจ้าช่วย ก่อนไปซื้อเราถามว่า "กินไรกันเด็กๆ"
    ก็บอกว่าเอาไก่คนละชิ้น น้ำนู้นน้ำนี่ ต่างๆนานา ..โอเค ไปซื้อละ
    ไปซื้อกลับมาดันไม่กินไอ้ที่สั่ง ดันมาแย่งไก่ไม่มีกระดูกกับไก่ป๊อปเรากิน..โอเค เห็นว่าเป็นเด็กนะ
    สรุปไก่เหลือ 8 ชิ้น ...เสร็จคุณตูบที่บ้านอีกตามเคย
     
    ขากลับด้วยความที่พลังงานเหลือเฟือเด็ก ๆ ก็เริ่มเพลงกู๊ดมอนิ่ง ไอเลิฟยูอีกครั้ง
    ครูหญิงมันเก่งมาก ชิงหลับล่วงหน้าไปก่อน...เพื่อนเลววววว
    เราเลยหลอกล่อด้วยการบอกว่ามาเล่นเกมทายปัญหากันดีกว่า
    เด็กๆ ถามเราว่า ปลาอะไรใหญ่ที่สุดในจักรวาล 5555 ปัญหาจิ๊บ ๆ ปลาวาฬชุบแป้งทอดไง
    มันบอก ไม่ใช่ ......อ้าว งั้นปลาไรอ่ะ คำตอบคือ ปลาวาฬชุบแป้งทอด 2 ชั้น...ตึง!
    ถึงกับจะหักรถลงข้างทางแล้วหยิกแก้มยุ้ย ๆ 4 คู่ที่กำลังฉีกยิ้มหัวเราะเยาะเลยทีเดียว
    เออ จำไว้ ทีใครทีมัน แง่งงงงงงง
     
    3 โมงกว่าๆ ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพแล้วก็ไปเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน
    แล้วกลับบ้านมาเรย์ก็สอนเด็ก ๆ ผัดข้าวผัดแฟนซี ...มันแฟนซีตรงไหนหว่า
    (ไว้วันหลังจะเอารูปมาใส่ให้ดู วันนี้ขี้เกียจเอาลง)
    2 ทุ่มเด็ก ๆ ก็กลับบ้านกันอย่างมีความสุข...จากไปพร้อมกับความเลอะเทอะที่บ้านเรา
    จบ วันเด็กประจำปี 2006 ที่มีสี(แสบ)สันมาก ๆ ของอรินธดา
     
    Happy Children's Day พี่น้อง
     
    January, 2006

    Happy New Year 2006!

    สุขสันต์วันปีใหม่ รินเซ่!
    ขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้ลูกผ่านพ้นไปได้อีกปี...เอเมน
     
    เป้าหมายปี 06
    ให้ปู่             รินจะไม่หัดขี่มอเตอร์ไซด์แล้วค่า
    ให้พ่อ           รินจะเรียนให้จบค่า
    ให้แม่           รินจะเป็นคนเรียบร้อยให้สมกับที่แม่มีลูกสาวค่า
    ให้เรย์           รินจะพยายามไม่ดื้อ เถียงให้น้อยลง ทำตัวเป็นน้องที่ดีค่า
     
    ใครอยากได้อะไรอีกไหม? รินเซ่จัดห้ายยยย
     
    August, 2005

    Newies for Rindsay

    Yippy ! I got 2 newie things from my parents
     
    First : a new car from my dad,
     
    not exactly new one because actually I took over from him
    (tell you frankly, never want this crappy expensive car, I really really hate his colour !)
    ......I wish I could trade him with Rx8 or at least my old S80
    Anyway, got something to drive better than got nothing LOL

    Second is a new Mickey Mouse necklace from mom,
    She said I'm really being a good kid for her (don't scream, pls)
    so, she gave it to me for prize
    (but I think the reason was I just bought her mother's gift and it cost me 6000 baths, that's why she bought me something in return hahahah ....if she doesn't mind can I trade this Mickey Mouse necklace with money ? LOL)

     

    Anyways, Thanks again my lovely parents

    I don't have anything for you except my kisses and hugs
    (which you can have it as much as you want !)
     
     
    August, 2005

    สิ่งที่ดีและสิ่งที่ไม่ดี

    สิ่งที่ไม่ดีของรินเซ่
     
    1. เอาแต่ใจเกินไป
    2. ฟอร์มจัดเกินไป
    3. ขี้เกรงใจเกินไป
    4. แม่กับพี่ตามใจมากไป (บางครั้ง)
    5. ขี้อ้อนเกินไป
    6. คิดมากไปในบางที
    7. ไม่ค่อยวางแผนล่วงหน้า
    8. พูดไม่ค่อยคิดหรือบางทีก็คิดไม่ทันพูด
    9. บ่อย ๆ ที่รู้ตัวว่าผิดแต่ไม่กล้าขอโทษ
    10.มีเวลาให้แม่น้อยเกินไปทุกวันนี้
     
     
    สิ่งที่ดีในสายตารินหรือเรื่องที่ทำให้ยิ้มได้
     
    1. เด็ก ๆ ที่เล่นหรือพูดแบบไร้เดียงสา
    2. ผู้ชายที่ลุกให้คนแก่หรือเด็กนั่งในที่สาธารณะ
    3. เด็กเล็ก ๆ แก้มยุ้ย ๆ
    4. ผู้ชายกับผู้หญิงที่จูงมือหรือควงแขนกัน
    5. คู่สามีภรรยาที่แก่แล้วแต่ยังรักกันดีอยู่
    6. คนให้เงินขอทาน
    7. คนขายของอารมณ์ดีที่ชอบปล่อยมุก
    8. รอยยิ้มของครอบครัว
    9. ผู้ชายเขิน
    10.ลูกที่กำลังกอดหรือหอมแก้มพ่อแม่
     
     
    แถม...สิ่งที่ไม่ชอบเวลาเห็น
     
    1. การนินทา
    2. กระเทยที่กำลังวางแผนกันจับผู้ชาย
    3. ผู้หญิงที่กำลังวางแผนกันหลอกผู้ชาย
    4. ผู้ชายที่กำลังวางแผนกันฟันผู้หญิง
    5. ผู้หญิง/ผู้ชาย/กระเทย ขายตัว
    6. ผู้ชายที่ไม่ยอมลุกให้เด็กหรือคนแก่นั่ง
    7. ผู้หญิงตบกันแย่งผู้ชาย
    8. เด็กที่เป็นผู้ใหญ่ตัวเล็ก
    9. เด็กขายตัว
    10. ผู้หญิงถูกทำร้ายร่างกาย
     
     
    July, 2005

    Fire me...

    I don't like my job
    I hate my work
    I hate stage
    I don't wanna walk on catwalk anymore
    I don't wanna be taken any pictures again 
    I hate everything about model world
     
    I quitted but why you don't let me go ?
    you know, it suffer.....let me go let me go let me go
    Fire me ,please...I'm breaking the contract
    FIRE ME...
     
     
     
    PS: no more cry Rin, you're Cool...saying again "I'm Cool"
     
    July, 2005

    Dear Friend

    Sometimes when you've done something wrong
     
    and you cannot change or fix it
     
    No matter of how many times "I'm so sorry" come out from your mouth
     
    or
     
    how many times "I'm aight, I forgive you" you were given,
     
    It cannot really cure your feeling
     
    coz you're always know...it's all your fault
     
     
     
    If you come across this page, I want you to know I'm sorry
    I didn't mean to hurt your feeling...ever never think about it
    but also, I hate being a stranger from my friends, don't be that way
    Drop me a call or at least a message to say you're ok,aight ?
    I'm waiting for your response,brother...
     
     
     
                                                                             
                       
                                          From A Really Sorry Rindsay
     
     
     
     
    PS: I'll never open my mouth before thinking from now on, be my friend again, pls
      
     
     
    July, 2005

    5 วิธีคืนดีกับพี่ชาย

    โดย น้องรินคนเก่ง

    ตอนเด็ก ๆ รินเรียน Home School System
    ทำให้ไม่ค่อยมีเพื่อนเหมือนเด็กคนอื่น ๆ เค้า
    เพื่อนที่มีก็เด็ก home school ด้วยกันเองมั่ง
    เพื่อนแถวบ้านมั่ง ลูกเพื่อนพ่อเพื่อนแม่มั่ง
    เพราะงั้นตอนรินเด็ก ๆ เพื่อนซี้ที่สนิทที่สุดของรินก็คือ "พี่ชาย"
    เมื่อก่อนตอนเป็นเด็ก ทะเลาะกันทีไรก็ไม่เคยมีใครต้องง้อ
    เพราะว่าตอนรินกับพี่เป็นเด็กเรา 2 คนจะสมองปลาทองมาก
    ทะเลาะกันเดี๋ยวเดียวเดี๋ยวก็ลืมแล้วว่าทะเลาะกันอยู่
    หรือคิดอีกที ก็มีกันอยู่แค่ 2 คนถ้าไม่เล่นด้วยกันก็ไม่รู้จะเล่นกับใครนี่นา
    ทีนี้พอตอนโตเนี้ย ไม่ค่อยทะเลาะกันก็จริงแต่ก็ไม่ยอมมีใครง้อก่อน
    เพราะรินมักจะคิดว่า "ก็เรย์เป็นพี่ก็ง้อดิ"
    ส่วนเรย์ก็คิดว่า "รินเป็นน้องก็ง้อดิวะ" มันเลยไม่ดีกันซักที
    ล่าสุดทะเลาะกันด้วยเรื่องงี่เง่าที่สุดในรอบปี...แย่งกันดูทีวีเครื่องที่ใหญ่ที่สุดในบ้าน
    โกรธไม่พูดกันตั้ง 2 วัน 13 ชั่วโมงแน่ะ sad มากไม่มีคนเล่นด้วยเหงาจะบ้าตาย
    แต่ในที่สุดพี่ก็ต้องมาขอโทษรินก่อนอยู่ดี หึ หึ หึ
    ไม่ยากเลยถ้าคุณเป็นน้องและอยากให้พี่มาโอ๋ จงทำตาม 5 วิธีต่อไปนี้
     
    1. ทำตัว sad ๆ ไว้ให้น่าสงสาร
    2. ทำตัวเหมือนกินไรไม่ลง แต่จริง ๆ จะไปแอบกินก็ไม่ว่ากัน
    3. ทำตัวเหงา ๆ เหม่อ ๆ ถอนหายใจบ่อย ๆ
    4. เรียกร้องความสนใจง่าย ๆ ด้วยการคุยโทรศัพท์กับเพื่อนแล้วบ่นให้มันฟังว่าเหงามั่ง พี่ไม่รักแล้วมั่ง เสียใจจะตายแล้วมั่ง บลา บลา บลา
    5. สุดท้ายถ้ายังไม่มาง้ออีก ก็ร้องไห้ไปเลย ก๊อกเดียวเห็นผล

    ข้อสุดท้ายนี่ work จริง ๆ นะ เชื่อรินดิ
    ไม่มีพี่ชายคนไหนทนเห็นน้องสาวตัวเองร้องไห้ได้นานเกิน 10 นาทีหรอก
    รับรองเห็นน้ำตาปั๊บต้องเข้ามาโอ๋ชัวร์ 55555555 
    สุดท้ายนี้ถ้าพี่เรย์เข้ามาอ่าน น้องรินก็อยากจะบอกว่า
    "เป็นพี่ชายรินต้องอดทน(มากกว่าคนอื่นเท่าตัว) พี่เรย์คนดีที่หนึ่งเล๊ย เย้ เย้"

    ปล. ถ้าพี่เรย์ซื้อรถใหม่(คันที่น้องรินชอบ)โดยไว(แล้วให้รินยืมขับ) น้องรินจะรักพี่เรย์มากกว่านี้ 18 ล้านเท่า  
     
    June, 2005

    Cookies Research !

    Chocolate chip cookies are everyone's favorite snack.
    (or you can reject this truth,huh ?)
    Proof is how many there are on the market these days.
    I did a research about it...as many as I could find
    - the best 7 in all - ...and this is what I found !


    Mrs. Fields is what we think of when we imagine the ultimate
    chocolate chip cookie. And for good reason, too.
    The cookies are freshly baked with loads of chocolate chips.
    The cookie's texture is chewy, soft and truly extremely YUMMY !
    I'd love it even more if I could get a bigger cookie for the price of 40 bath.


    A high-end hotel product from The Oriental Shop (170 bath/four pieces)
    these cashew nut and chocolate chip cookies look mouthwatering,
    very hi-so and extremely huge (5" in diameter !)
    They have everything I expect in a cookie :
    sweetness from chunky chocolate chips, a soft and chewy testure,
    crunchy on the outside, tender on the inside and a heavenly smell !


    For supermarket cookies, Chewy Chips Ahoy ! (199 bath/454 g.)
    a Chocolate chip cookie from Nabisco gets my vote.
    This new and improved version has 20 % more chips, which gives
    the appearance of cute little 2" diameter cookie richly knotted with chips.
    I like the nice brown, home-baked appearance and the chewy texture.
    They are tad too sweet (propably a result of the increase in chips !)
    and there is a slight aroma of raisins, but I like sweet.


    Another supermarket cookie that I really enjoyed is ....... !!!!!!!!!! 
    Pepperidge Farm's Chocolate Chunk in milk chocolate macadamia (122 ฿/206 g.)
    As the name implies, the chocolate chips are really, really chunky,
    The texture is a bit dry, but the cookies are crunchy, not crumbly.
    The cookies are BIG, and I also like the fact that they're slightly salty,
    which counters the sweetness of the chocolate.


    The photo on the box of Hellema Country's Rich chocolate Cookies
    depicts wholesome-looking, golden-brown cookies and oozy melted chocolate.
    But in real life ours were dry, crumbly and crunchy with only a few chocolate chips
    per cookie  !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! As they taste like Cocoa Puffs cereal,
    pair them with milk for a breakfast of champions.


    Delio chocolate chip cookies by S&P (38 bath/110 g)
    were the most commercial-looking of all the brands I tried.
    Have some water handy, because they're crunchy and dry.
    But at 38 bath for 12 pieces, I can afford a cup of cocoa to dunk them in !


    The homemade cookies from Mango Tango (65 bath/four pieces)...were weird !
    I didn't mind the bland look and bland taste so much as the mealy texture.
    They tasted a bit like cake soaked in water, and they were almost that soft.
    We might bring a bag of these home to our toothless grandmother. 



    For me, Chocolate chip cookies from Chewy Chips Ahoy ! are the Best.
    Pick your choices and let's have CHOCOLATE CHIP COOKIE party !
    ...Bon appetite, fella !

    May, 2005

    แนะนำร้านอาหาร

    ร้าน Akiyoshi เป็นชาบูกับสุกี้แบบบุฟเฟ่

    สถานที่ตั้ง : ชั้น 2 อาคาร TAISIN SQUARE  

    การเดินทาง : ด้วยรถไฟฟ้า BTS จะสะดวกมาก ให้มาจากทางด้านเมเจอร์เอกมัย ลงสถานีพระโขนงแล้วลง
    บันไดทางซ้ายฝั่งเดียวกับเมเจอร์ ลงมาด้านล่างให้ดูซอยระหว่าง สุขุมวิท 67-69 จะเห็นอาคาร Taisin Square ร้าน Akiyoshi จะอยู่ชั้นสองตึกนี้ล่ะคะ  

    เปิดบริการ : จ-ศ 11.00-14.00, 18.00-22.00 / ส-อา 11.00-22.00

    ราคาหัวละ 330 ถ้ากินทั้งชาบูและสุกี้ก็เพิ่มหัวละ 40 เป็น 370

    ดูรูปความน่ากินกันเอาเอง ใครจะเลี้ยงบอกเดี๋ยวพาไปส่งถึงร้านเลย 555555

    May, 2005

    Let's be On Diet กันเหอะ...

    คุณผู้อ่านที่รัก

    วันนี้มีเมนูง่าย ๆ มาเสนอสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว
    ทำ 3 วันลดกันเห็น ๆ 2-3 กิโล ทำอาทิตย์ละครั้งรับรอง slim ชัวร์ ๆ

    วันที่ 1
    เช้า              ชา/กาแฟไม่ใส่น้ำตาล 1 แก้ว, ส้ม 1 ลูก, หนมปังปิ้ง 1 แผ่น
    กลางวัน        หนมปังปิ้ง 1 แผ่น, ทูน่า 1 กระป๋อง
    เย็น             ถั่วแขกต้ม 1 กระป๋อง, มะละกอ 2 ซีก, แอปเปิ้ลเขียว 1 ลูก, ไอติมวนิลา 1 ถ้วย

    วันที่ 2
    เช้า              ชา/กาแฟไม่ใส่น้ำตาล 1 แก้ว, หนมปังปิ้ง 1 แผ่น, ไข่ต้ม 1 ฟอง, กล้วยหอม 1 ลูก
    กลางวัน        ชา/กาแฟไม่ใส่น้ำตาล 1 แก้ว, ขนมปังจืด 2 แผ่น, โยเกิร์ต 1 ถ้วย
    เย็น              แฮม 2 แผ่น, ไส้กรอก 2 ชิ้น, บล๊อกโคลี่ต้ม 1 หัว, มะละกอ 2 ซีก, กล้วยหอม 1 ลูก

    วันที่ 3
    เช้า              ชา/กาแฟไม่ใส่น้ำตาล 1 แก้ว, หนมปัง 1 แผ่น, ชีส low fat 1 แผ่น, แอปเปิ้ล 1 ลูก
    กลางวัน        ชา/กาแฟไม่ใส่น้ำตาล 1 แก้ว, หนมปังปิ้ง 1 แผ่น, ไข่ต้ม 1 ฟอง
    เย็น             ทูน่า 1 กระป๋อง, ไอติมวนิลา 1 ถ้วย, บล๊อกโคลี่ 1 หัว, แอปเปิ้ลเขียว 1 ลูก
                      , กล้วยหอม 1 ลูก, แคนตาลูป 1 ชิ้น  

     

    อันนี้คือแบบหลักสูตรเร่งรัดนะ แต่ถ้ากินทุกวันขอแนะนำ...
    แต่น แตน แต๊น ! สลัดผักราดด้วยโยเกิร์ตแบบ low fat
    อร่อยน๊า ไม่ลองไม่รู้นะคะ ท่านผู้อ่านที่รัก !