Arintada's profileRindsay's StoryPhotosBlogLists Tools Help

Arintada SNitwong

Rindsay's Story

A story blog about Rindsay and things she own
November, 2006

วันที่ลืมนู่นลืมนี่ของรินเซ่

ว่ากันด้วยเรื่องหลง ๆ ลืม ๆ
โหยยยยย ใคร ๆ เขาก็เป็นกันทั้งนั้นแหละ คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย
ว่าก็ว่าเหอะนะ วันนี้รินก็แค่ลืมอะไรนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเอง
 
ก็แค่ตอนเช้าลืมเอากระเป๋าตังค์ไป พอถึงตอนจ่ายตังค์ค่าทางด่วนเท่านั้นแหละ
อ้าวเฮ้ย เป๋าตังค์หนูอยู่ไหนว๊า
ไม่รู้จะทำยังไง โกยเหรียญทั้งรถแล้วก็ไม่พออยู่ดีมีแค่ 35 บาท
จะถอยออกก็ไม่ทันซะด้วยเพราะรถข้างหลังมันจ่อกันอยู่ยาวเหยียด
เหลือบไปเห็นคุณตำรวจจราจรที่มายืนโบกรถให้กันอยู่ทุกวัน ตัดสินใจเปิดกระจกกวักมือเรียก
ขอโทษนะคะ ขอยืมเงินหน่อยได้มั้ยคะ 5 บาท เดี๋ยวพรุ่งนี้เอามาคืน
ลุงจ่าทำหน้างง ๆ แต่ก็ส่งเงินให้รินโดยดี ใจดีจังเลยค่ะตำรวจไทยเดี๋ยวปีใหม่ให้ของขวัญนะคะ

จบลืมเรื่องแรก ขึ้นเรื่องที่สอง

ไม่มีอะไรมากแค่ลืมล๊อกรถเท่านั้นเอง
จอดรถไว้ที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินศูนย์วัฒนธรรมแล้วต่อรถไฟฟ้าไปลงสามย่าน
หลังจากทำธุระอยู่นานหลายชั่วโมงด้วยความรู้สึกตะหงิด ๆ กังวลใจแปลก ๆ
เอ๊ะ เหมือนลืมอะไรซักอย่าง
พยายามกลบเกลื่อนความกังวลด้วยการเข้าใจเอาเองว่าสงสัยลืมทาโลชั่นเมื่อเช้า
กว่าจะรู้ตัวอีกทีว่าไอ้ความรู้สึกกังวลแปลก ๆ นี่คืออะไรก็อีตอนที่มาถึงรถแล้วเนี่ยแหละ
อ้าวเฮ้ย ลืมล๊อกรถ ! ดีนะไม่หาย ไม่งั้นพ่อด่าเช็ดแน่ ๆ ครับพี่น้อง
 

ต่อไปเรื่องสุดท้ายของวันนี้

ระหว่างขับรถกลับบ้านรู้สึกว่า เอ๊ะ ทำไมตัวเรามันสั่น ๆ
คิดเอาเอง(อีกแล้ว)ว่าวันนี้โดนแอร์หนาว ๆ มาสงสัยจะจับไข้
ได้ยินเสียงดัง "อื๊ด ๆ" แล้วก็รู้สึกสั่น ๆ เป็นช่วง ๆ
รู้สึกใจไม่ดีกลัวตัวเองป่วยหนักเลยกะเลี้ยวรถเข้าโรงพยาบาลให้หมอตรวจมันซะเลย
ก็พอดีไอ้อาการสั่น ๆ กับ เสียงอื๊ด ๆ หยุดซะก่อนเลยรีบขับรถกลับบ้านไปหาแม่
กลับถึงบ้านเล่าให้แม่ฟัง แม่ถามรู้สึกสั่น ๆ ตอนครึ่งชั่วโมงที่แล้วรึป่าว เราก็ใช่แม่ แม่รู้ได้ไง
แม่บอกมิน่าโทรไปไม่รับขับรถอยู่นี่เอง เราเลยถึงบางอ้อ...อ้อ ตั้งโทรศัพท์เป็นสั่นไว้นี่หว่า
เล่นเอาหลอนมาตลอดทางกลับบ้านเลย ตึ่ง ตึง ตึ๊ง

 

แค่นี้เอง ก็แค่ลืมนิด ๆ หน่อย ๆ เห็นมะ
เรื่องแบบนี้ใคร ๆ เขาก็เป็นกัน เนอะ เนอะ เนอะ

  

  




September, 2006

เด็กหญิงหย่งไอ่

ว่ากันว่าเด็ก ๆ มักจะคิดในสิ่งที่ผู้ใหญ่คาดไม่ถึง
ท่าจะจริงแฮะ
 
อาทิตย์ก่อนมีหนุ่มตี๋นักเรียนนอกคนนึงซื้อช๊อกโกแลตมาฝากจากอเมริกา
ไอ้บ้า...ไม่รู้หรือไงว่ากินแล้วมันอ้วน  
ในเมื่อรินไม่กินจะเก็บไว้ก็สงสารคุณช๊อกโกแลตเดี๋ยวไม่มีใครกินเหงาแย่
วันนี้ก็เลยจัดการแบ่งสันปันส่วนนำช๊อกโกแลตไปฝากเด็ก ๆ แถวบ้าน
 
ไปบ้านหย่งไอ่ตอนหนึ่งทุ่ม
เด็กหญิงหย่งไอ่กำลังนั่งหน้าแป้นอยู่บนเก้าอี้ไม้ทรงสูง
ที่คอผูกผ้ากันเปื้อนที่ใช้กันในร้านทำผม อย่างนี้แปลว่ากำลังจะตัดผมแน่ ๆ เลย
 
"ว่าไงหย่งไอ่ จะตัดผมหรือคะ"
 
"หม่าม้าบอกว่าจะตัดผมให้หย่งไอ่ค่ะ เพราะเดี๋ยวผมยาวแล้วไม่สวย"
 
"อ้าว งี้พี่รินผมยาว พี่รินก็ไม่สวยอ่ะสิหย่งไอ่"
 
เด็กน้อยนิ่งคิดสลับกับมองหน้าอันเว้าวอนให้ตอบว่า "สวยค่ะ" ของพี่ริน
 
"สวยค่ะ พี่รินสวย" ฮี๊ว.....ว แอบดีใจไป 3 วิ
คิดในใจถ้าตอบว่าไม่สวยเจ๊เอาช๊อกโกแลตคืนจริง ๆ นะหย่งไอ่
คุยกับหย่งไอ่อยู่แป๊บนึงพี่หลอดแม่ของหย่งไอ่ก็เดินออกมาจากในบ้าน
ทักทายกันซักพักก็ได้ความว่าวันนี้พี่หลอดจะตัดผมหน้าม้าให้หย่งไอ่
เพราะทนเห็นลูกสาวมีผมปรกหน้าปรกตาให้รำคาญใจมาหลายวันแล้ว
 
"เอาล่ะหย่งไอ่ เดี๋ยวหม่าม้าจะตัดผมหน้าม้าให้นะลูก"
 
เด็กหญิงหย่งไอ่ที่กำลังหน้าบานเพราะกำลังจะได้สวย
หน้าหุบลงทันควันและเริ่มเบะปากร้องไห้ แล้วในที่สุดก็ร้องไห้เสียงดัง
รินกับพี่หลอดงงมากว่าหย่งไอ่เป็นอะไรไป อยู่ดี ๆ ก็ร้องไห้ซะงั้น
 
"ร้องไห้ทำไมหย่งไอ่ เดี๋ยวก็มีผมหน้าม้าสวย ๆ แล้วนะ" รินพยายามจะปลอบ
 
หย่งไอ่สะอื้นฮัก ๆ น้ำตาเต็มหน้า
เอามือปาดน้ำตาแล้วสูดขี้มูกหนึ่งทีก่อนตอบว่า
 
"น้องไอ่ไม่เอาผมหน้าม้า ตัดผมหน้าม้าเดี๋ยวหน้าไอ่เหมือนม้านิลมังกร(พี่หลอดแกเล่าเรื่องสุดสาครพร้อมภาพประกอบให้หย่งไอ่ฟังทุกคืน) หม่าม้าตัดผมหน้าไดโนเสาร์ให้หย่งไอ่แทนไม่ได้หรือคะ"
 
 
 
 
 
เอาล่ะสิ พ่อแม่ทุกท่าน
เตรียมตัวหัดตัดผมหน้าไดโนเสาร์กันไว้แต่เนิ่น ๆ นะคะ
แล้วจะหาว่ารินเซ่ไม่เตือน  
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
August, 2006

จ๊ะเอ๋

ตามหนังสือ Child Development ว่าไว้
เด็กวัย 3-4 ขวบจะเป็นวัยที่ชื่นชอบการเล่นจ๊ะเอ๋กับพ่อแม่และคนแปลกหน้า
 
 
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาที่บริษัทของแม่มีงานทำบุญเลี้ยงพระเนื่องในโอกาสอะไรก็ไม่รู้สักอย่าง
มีพระสงฆ์มารับถวายภัตราหารทั้งหมด 9 รูปด้วยกัน
อ้อ นึกออกแล้ว ทำบุญเลี้ยงพระให้ในหลวงทุกวันจันทร์นี่เอง แค่นี้ลืมโง่จัง
 
คุณภาวินี หรือ คุณภา พาลูกชายวัยกำลังซนตัวกลมจ่ำม่ำของเธอมาด้วย
เด็กชายภาวี หรือ น้องเจได เพิ่งจะอายุ 3 ขวบไปเมื่อ 3 วันที่แล้ว
ด้วยความที่ยังเล็กน้องเจไดจึงค่อนข้างตื่นคนเยอะ ๆ
แถมคุณแม่ยังปลุกให้ลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวซะตั้งแต่ไก่โห่
วันนี้พ่อหนูก็เลยอารมณ์บูดเป็นพิเศษ
คุณภาอยากให้น้องเจไดอารมณ์ดี ๆ จึงชี้ชวนให้ลูกชายตัวน้อยดูพระสงฆ์ที่มารับเพล
 
"เอ้า ธุจ้าสิลูก ธุจ้า ไหว้พระหรือยังครับเจได"
 
...ไม่มีเสียงตอบจากน้องเจไดที่ท่านเรียกในขณะนี้
หนุ่มน้อยยังคงกอดคุณแม่แน่นและไม่ยอมคุยกับใคร จนกระทั่งได้ฤกษ์พระสวด
พระสงฆ์ที่อยู่หัวแถวด้านซ้ายสุดหยิบตาลปัตร(หวังว่ารินคงจะสะกดถูกนะ)ขึ้นมาบังหน้า
เท่านั้นเองหนูน้อยเจไดก็จ้องมองตาเป๋งแล้วผละออกจากอ้อมอกคุณแม่
วิ่งตรงไปยืนอยู่ที่หน้าพระสงฆ์รูปนั้นแล้วเอามือปิดหน้าตัวเองพร้อมร้องดัง ๆ ว่า
 
"จ๊ะเอ๋!"   
 
ฮาครืนทั้งงานแม้แต่พระที่มารับเพลก็ยังกลั้นยิ้มกันแทบไม่ทัน
 
 
 
เอ้า
 
นึง...ส่อง...ซั่ม
 
"จ๊ะเอ๋!" 
 
 
 
 
July, 2006

วาดดาว

สองวันก่อนรินได้รู้จักกับผู้หญิงไทยคนหนึ่งที่โรงพยาบาล
รินพาแม่ไปหาหมอ เธอมาคลอดลูกและเธอชื่อมุกดา
 
พี่มุกดาเป็นผู้หญิงน่าสงสาร เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ตกเป็นเหยื่อของผู้ชายเลว ๆ
พี่มุกดาเล่าให้ฟังว่ามาหางานทำที่เยอรมันกับแฟนหนุ่มเมื่อปีที่แล้ว
ได้งานเสิร์ฟอยู่ที่ร้านอาหารไทยแห่งหนึ่งในเมืองนี้แต่เงินเดือนไม่ดีนักเพราะถูกหักค่าหัว
ปลายปีที่แล้วพอแฟนหนุ่มของพี่มุกดารู้ว่าเธอตั้งครรภ์ มันก็ทิ้งพี่มุกดาไปอยู่กับแหม่มแก่ ๆ รวย ๆ
ด้วยเหตุผลซังกะบ๊วยที่รินฟังยังไงก็รู้สึกว่าทุเรศอยู่ดีว่า
 
"พี่ไม่พร้อมจะมีลูก มุกปล่อยให้ท้องก็เลี้ยงเอาเองก็แล้วกัน พี่ไม่มีเงินให้หรอก"
 
ตอนนี้พี่มุกดาไม่มีงานทำและที่สำคัญไม่มีเงิน
ประกันสังคมสำหรับอยู่ที่นี่ก็ไม่มีทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงมากในการคลอดลูก
โชคดีที่คนไทยหลาย ๆ คนที่นี่ใจดีช่วยกันออกเงินให้พี่มุกดาคลอดลูกและเป็นธุระทำประกันสังคมให้
ตอนนี้พี่มุกดาคลอดลูกแล้ว ลูกของพี่มุกดาเป็นเด็กผู้หญิงตัวน้อยน่ารักน่าชัง
พี่มุกดาไม่กล้าตั้งชื่อลูกเองเพราะเธอว่าเธอความรู้น้อยดังนั้นใคร ๆ จึงเรียกลูกสาวของพี่มุกดาว่า
"ยัยหนู" "หนูน้อย" "แม่หนู" และอื่น ๆ อีกมากมายที่มีคำว่า หนู ๆ ๆ ๆ
รินฟังแล้วก็ตะหงิด ๆ เลยรับอาสาขอตั้งชื่อให้ยัยหนูด้วยตัวเอง
รินตั้งชื่อน้องว่า "วาดดาว" ชอบชื่อไทย ๆ ความหมายอาร์ท ๆ นี้มาก ๆ
ตอนแรกคิดออกแค่วาดเพราะรินอยากให้น้องโตมาเป็นคนชอบวาด ๆ เขียน ๆ เหมือนริน
(ก็แม่เขาว่าอยากให้น้องโตมาเก่ง ๆ แล้วก็น่ารัก ๆ เหมือนรินนี่นา )
ที่ต่อท้ายด้วยคำว่าดาวเพราะว่าลองกลับอักษรดูแล้วมันสวยและความหมายดี
ว.แหวน สระอา ด.เด็ก กับ ด.เด็ก สระอา ว.แหวน = วาดดาว
 
วาดดาว...หวังว่าพี่มุกดาจะชอบนะ รินตั้งใจคิดสุด ๆ เลยนะเนี้ย
 
ถ้าคุณเป็นผู้หญิงแล้วได้อ่านเรื่องนี้
"อย่าคาดหวังและทุ่มเทใจให้กับผู้ชายที่คุณรักจนหมดในทีเดียว เพราะถ้าผิดหวังคุณจะเจ็บมาก"
 
ถ้าคุณเป็นผู้ชายแล้วได้อ่านเรื่องนี้
"อย่าหลอกให้ผู้หญิงคาดหวังกับพวกคุณเลย ผู้หญิงก็เพศเดียวกับแม่คุณนั่นแหละ"
 
 
June, 2006

เด็กนอก

เคยสอนภาษาไทยให้เด็กฝรั่งที่โตในเมืองไทยอยู่บ่อย ๆ
หลัง ๆ ตอนกลับมาที่นี่ก็สอนภาษาไทยให้เด็กไทยที่เกิดที่นี่บ้าง
เหตุผลเพราะว่าทำงานกับเด็กมันสนุกดี
แล้วก็ความเป็นบรรณาธิการทำให้ทนไม่ได้ถ้าจะมีคนใช้ภาษาไทยผิด ๆ
แต่เอาเข้าจริง ๆ ไอ้ตัวทำภาษาไทยวิบัติ
ก็อยู่ในบ้านของเราเองนี่แหละ...ไอ้น้องชายสุดซ่าตัวแสบ
 
 
ลูกพี่ลูกน้องของรินสองคนเป็นเด็กนอกขนานแท้
ตอนนี้อายุ 13 กับ 11 ขวบ ตัวโตยังกับคนอายุ 23 (ขนาดโตเต็มวัยของผู้ชาย)
คนโตสูงทะลุ 180 เซนติเมตรไปแล้ว ไซส์ฝรั่งสุด ๆ
ส่วนคนเล็กก็สูงกว่ารินแล้วเหมือนกัน (ขนาดข้าพเจ้าสูง 174 นะเนี้ย)
แต่ถึงภายนอกจะดูเหมือนผู้ใหญ่ นิสัยมันก็ยังเด็กน้อยดี ๆ อยู่นี่เอง
ว่ากันด้วยเรื่องของภาษา ไอ้ซ่าสองตัวนี้พูดภาษาไทยผิด ๆ ถูก ๆ เป็นที่หนึ่ง
ไอ้เราก็สอนลูกสอนน้องคนอื่นเขาซะจนไม่ได้หันมาดูน้องตัวเอง
มารู้ตัวอีกทีน้องก็ดันกลายเป็นเด็กนอกชนิดกู่ไม่กลับไปเสียแล้ว
 
 
ยกตัวอย่างเช่น
เมื่อวันก่อนเจ้านัทเดินเอาหน้ามุ่ย ๆ ของมันออกมาจากห้องน้ำ
แล้วฟ้องย่าว่า "ยาย ๆ (ย่าของรินแต่เป็นยายของน้อง ๆ )
เมื่อกี้นัทอาบน้ำอยู่เจ็บมากเลย หัวเข่าของมือไปชนผนัง "
...อะไรของมันว๊า???? หัวเข่าของมือ - -'
อ้อ คิดลึก ๆ ถึงนึกออก...เจ้านัทมันหมายถึงข้อศอกนี่เองแต่ดันเรียกไม่ถูก
 
วันเดียวกันเลยแต่คนเวลาน้องนนท์นั่งดูการ์ตูนอยู่
เส้าหลินโชว์ดาวน์ไรของมันนั่นแหละ
ย่าเดินไปถาม "ไอ้ตัวนี้มันอยู่ฝ่ายดีไม่ใช่หรอน้องนนท์ ทำไมมันสู้กันล่ะ"
(คือฝ่ายดีในเรื่องมันถูกพวกชั่วร้ายครอบงำให้ไปเป็นพวกเลยต้องสู้กันเอง)
เจ้านนท์ตอบ "ยาย ก็ไอ้ตัวนั้นอ่ะมันเป็นหัวหน้าพวกไม่ดี
มันเลยล้างสมองพวกนี้ให้กลายเป็นหัวหลังของมัน"
อะไรว๊า เอาอีกแล้ว หัวหลังนี่มันอะไรว๊า - -'
ต้องมานั่งตีความกับย่าอยู่สองนาทีถึงรู้ว่ามันหมายถึงคำว่า ลูกน้อง นี่เอง
 
เออน้องฉันก็เก่งนี่หว่า มีหัวหน้าไอ้พวกที่เหลือก็ต้องเป็นหัวหลัง - -'
น้องชายรินเก่งที่สุดแล้ว ภาษาไทยเองต่างหากดันยากเอง  
 
 
My kids  
Photo 1 of 6